ฝึกภาษาอังกฤษกับการ์ตูนเล่มโปรด ภาคหนึ่ง
posted on 18 May 2012 11:42 by bluenin007 directory Knowledge
)
)

)
)



edit @ 17 May 2012 11:59:15 by bluenin007

ในพระธรรมบทมีจารึกไว้ว่า
พราหมณ์คนหนึ่งมีธิดาสาวสวยมาก ทำให้กษัตริย์เมืองน้อย เมืองใหญ่
ตลอดจนถึงมหาเศรษฐีต่างพากันมาสู่ขอธิดาสาว
แต่พราหมณ์พ่อแม่ไม่ตกปากรับคำใครสักคน
เนื่องจากมองไม่เห็นใครที่เหมาะสมและคู่ควรกับธิดาของตน จนกระทั่ง...
วันหนึ่งท่านพราหมณ์ได้พบพระพุทธเจ้าที่ชายป่า
เพียงแรกพบ พราหมณ์ก็ตะลึงลานในพระมหาปุริส ลักษณะสง่างามของพระศาสดา
พราหมณ์จึงไม่รอช้าได้นิมนต์ให้พระพุทธองค์รอสักประเดี๋ยว
แล้วรีบกลับบ้านเพื่อไปชวนภรรยาและธิดามาเฝ้าพระพุทธองค์
แต่เมื่อพราหมณ์กลับมา กลับพบแค่รอยพระพุทธบาทที่ทรงประทับไว้ให้ดูต่างหน้าเท่านั้น..
นางพราหมณีเห็นรอยพระบาทของพระพุทธองค์ก็บังเกิดความสว่างโพลงว่า
พราหมณ์ผู้สามีคิดผิดเสียแล้วที่คิดยกธิดาให้กับชายคนนี้
เพราะดูจากรอยเท้าแล้วไม่ใช่รอยเท้าของคนสามัญ
หากแต่เป็นรอยเท้าของคนปราศจากกิเลสโดยสิ้นเชิง
พราหมณ์ไม่ยอมฟังภรรยา กลับออกตามหาพระพุทธองค์จนพบ
แล้วออกปากยกธิดาของตนให้เป็นบริจาริกาของพระพุทธองค์ทันที
พระพุทธองค์ตรัสว่า..
พราหมณ์เอย เราเคยพบอิสตรีที่งามกว่าธิดาของท่านมาแล้วมากมาย
ไม่ว่าเป็นนางตัณหา นางราคา นางอรดี แต่เราก็ไม่เคยต้องใจผู้ใดมาก่อนเลยสักคน
แล้วจะป่วยกล่าวไปไยถึงธิดาสาวของท่านคนนี้
ซึ่งมีสรีระอันเต็มไปด้วยของโสโครกอย่างอุจจาระและปัสสาวะ
เราขอบอกว่าเราไม่ปรารถนาสัมผัสธิดาของท่านแม้แต่ปลายเท้า..
ฝ่ายธิดาสาวเมื่อได้ยินดังนั้น สติขาดผึง ผูกอาฆาตในใจว่า
สมณะท่านนี้ไม่รักไม่ว่า แล้วทำไมมาดูถูกกันให้เจ็บช้ำน้ำใจถึงเพียงนี้
เอาเถิดไว้มีโอกาสเมื่อไหร่จะแก้แค้นให้สาสมทีเดียว..
ในขณะที่ธิดาสาวกำลังโกรธอยู่นั้น
สองพราหมณ์สามีภรรยากลับได้ดวงตาเห็นธรรม
มองเห็นโทษของความสวยงามว่าไม่มีแก่นสาร
ปล่อยวางความยึดมั่น ถือมั่นในสังขารได้อย่างง่ายดาย
จึงยกธิดาให้ลุงดูแล แล้วออกบวช หลังจากนั้นไม่นานจึงบรรลุพระอรหัตผลในเวลาไม่นาน..
ฝ่ายธิดาของพราหมณ์ได้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าอุเทน แห่งกรุงโกสัมพี
วันหนึ่งพระพุทธองค์ได้เสด็จจาริกมาเมืองนี้
นางรู้ข่าวจึงให้มหาดเล็กไปว่าจ้างชาวบ้านจำนวนห้าร้อยคน
ตามไปบริภาษพระพุทธเจ้าไปทุกฝีก้าวตลอดเวลาที่ประทับ ณ.เมืองโกสัมพี..
ม็อบด่า ทำงานสมกับค่าจ้าง ตามด่า ตามบริภาษพระบรมศาสดาไปทุกหนทุกแห่ง
แต่ไม่ว่าจะด่าอย่างไรพระองค์หาทรงสะทกสะท้านไม่
ซึ่งไม่ว่าพยายามอย่างไรก็เหนื่อยเปล่า
เพราะนอกจากจะไม่มีผลสะท้อนกลับมาจากพระบรมศาสดาแล้ว
นานวันเข้าคนที่ตามด่าก็เหนื่อยล้าไปตามๆกัน..
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่พระบรมศาสดาไม่กริ้วตอบนั้น
พระอานนท์พุทธอนุชากลับรู้สึกขัดเคืองและอับอายขายหน้าอยู่ไม่น้อย
ที่ไม่ว่าตนและพระพุทธองค์จะย่างพระบาทไปทางใด
เป็นถูกมหาชนนับร้อยตามไปด่าผรุสวาจาทั่วทุกหัวระแหง
เหมือนพวกแร้งทึ้งซากศพอย่างหิวกระหาย
...เมื่อเป็นเช่นนี้ วันหนึ่งพระอานนท์จึงชวนพระบรมศาสดาหนีปัญหา..
"จะหนีไปไหนอานนท์" พระพุทธองค์ตรัสถาม
"หนีไปเมืองอื่นพระพุทธเจ้าข้า" พระพุทธอนุชาถาม
"ถ้าหนีไปเมืองอื่นแล้วเขาตามไปด่าอีกเล่า เราจะหนีไปไหนอีกอานนท์"
"ก็ต้องหนีไปอีกเมืองหนึ่งพระพุทธเจ้าข้า"
"อานนท์เอย! การหนีปัญหาอย่างนั้นหาควรไม่
ที่ถูกนั้นเรื่องเกิดขึ้นที่ไหนก็ต้องให้มันดับไปในที่นั้นถึงจะถูก"
"อานนท์เอย! เราตถาคตย่อมเป็นเช่นเดียวกับพญาคชสารที่ก้าวสู่สงคราม
ธรรมดาว่าพญาคชสารที่ก้าวเข้าสู่สงครามแล้วจำจะต้องทรหด
อดทนต่อลูกศรอันแล่นมาจากจาตุรทิศฉันใด เราตถาคตก็ฉันนั้น
จำต้อง อดทนต่อถ้อยคำบริภาษของเหล่าพาลชนคนไม่มีศีลฉันนั้นเหมือนกัน"
อนึ่ง ผู้ใดก็ตามสามารถอดทนต่อถ้อยคำจ้วงจาบหยาบคายของพาลชนคนถ่อยได้
ผู้นั้นย่อมนับว่าเป็นยอดคนในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย..
"อานนท์เอย เธออย่ากังวลไปเลย คนเหล่านี้จะทนด่าเราอยู่ได้อย่างน้อยก็ไม่เคย ๗ วัน
พอถึงวันที่๘ ทุกคนก็จะหยุดไปเอง"
เป็นดังคาด..ในที่สุดม็อบด่าพระพุทธเจ้าก็สลายไปตามยถากรรม
ป.ล. เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
1. คนที่โดนนินทา หากไม่ได้ทำผิดอันใด ไยต้องเดือดเนื้อร้อนตัว เฉยๆซะเรื่องก็จะเงียบหายไปเอง หรือ ความจริงก็จะปรากฎเอง
2. คนที่โดนติฉินโดยตรง หากไม่มีใจที่หนักแน่น ก็มักจะถูกอารมณ์โกรธเข้าครอบงำได้ง่าย อย่างเช่นธิดาสาวของพราหม์ แรกเริ่มก็ไม่ได้ยินดี ยินร้ายเรื่องจะต้องไปแต่งงานกับบุรุษที่บิดาคิดจะยกให้ แต่พอได้ยินคำพูดที่เข้าใจว่าโดนดูถูก อารมณ์โกรธก็ครอบงำ จนลืมคิดไปว่า หากตนไม่เป็นดังนั้น จะไปรับมาเป็นอารมณ์ทำไม กลับกลายเป็นทำบาปโดยไม่รู้ตัว
edit @ 16 May 2012 14:14:48 by bluenin007