สวัสดีวันศุกร์ค่าา
 
ศุกร์นี้รถติดมากมายในกรุงเทพ 
 
เพราะเป็นศุกร์ต้นเดือน หลายพี่น้องมนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย
 
ต่างพากันหาเรื่องใช้ตังส์ 555 (รวมทั้งตัวข้าเจ้าด้วย อิอิ)
 
ยังไงก็ขอให้เป็นศุกร์สดใสสำหรับเพื่อนๆ ทุกคนนะคะ
 
มาต่อกัน กับการแนะนำการเดินทางเที่ยวด้วยตัวเองในเมืองซานฟรานซิสโกนะคะ
 
ครั้งที่แล้ว เวิ่นเว้ออไปกับเรื่องขับรถซะเยอะ
 
บางคนอาจจะมีคำถามว่า ไม่ต้องขับได้ไหม...
 
ก็เลยเพิ่มอีกหัวข้อเรื่องการเดินทางโดยขนส่งมวลชนสาธารณะ (Public Transportation)
 
ไว้ในเอนทรี่นี้ด้วยเลยล่ะกันค่ะ
 
เอาล่ะ...ลุยกันเล้ยย
 
5. การเดินทางโดยขนส่งมวลชนสาธารณะ (Public Transportation) ในเมืองซานฟรานซิสโก
 
แต่ตอนนี้ Cable Car จะมีเหลืออยู่แค่สามสายค่ะ ค่ะ 
คือที่ ถนน Powell& ถนน Hyde, ถนน Powell & ถนน Mason และ ถนน California
  • Muni Bus เรียกง่ายๆ คือรถเมล์บ้านเราดีๆ นี่แหละค่ะ ดีกว่าหน่อยคือกว้างกว่า และใหญ่กว่า
และคนนั่งรถเข็นสามารถขึ้นรถเมล์ได้ด้วย
(ที่เมกาเค้ามีระบบให้การดูแลและคุ้มครองคนพิการได้ดีจริงๆค่ะ)
รถ Muni ก็จะวิ่งไปตามถนนสายหลักทั่วเมืองนะคะ
ตามแต่ละป้ายสถานีจะมีทั้งแผนที่และตารางเวลารถให้ดูได้ด้วยเช่นกัน
ศึกษาการเดินทางได้ไม่ค่อยยากนะคะ เพราะถนนเค้าแบ่งเป็นบล็อคๆ ดูง่าย
(แต่ถ้าเป็นพวกชอบหลงทิศแบบบลูนินก็อาจ นาน นิ๊ดดนึง หุหุ)
 
 
การขึ้นรถเมล์ในต่างประเทศนี่ บางครั้งก็เจอเรื่องแปลกๆ ที่ไม่คิดว่าจะเจอเหมือนกันนะ
เคยมีประสบการณ์ขึ้นรถเมล์ไปผ่านแถวไชน่าทาวน์ช่วงเวลาเร่งด่วน
คือเวลาเลิกทำงาน (ประมาณ 5-6 โมงเย็น)
แม่เจ้าาาา!!
นึกว่าอยู่เมืองไทย มีการเบียดอัด แย่งกันเข้ามาในรถ
ได้ใกล้ชิดกันคนแปลกหน้าเสมือนหนึ่งเป็นสามีภรรยากันมานมนานเลยทีเดียว (หึหึหึ)
  • Muni Metro ซึ่งก็คือรถไฟฟ้าค่ะ มี 6 สาย คือ F, J, K, L, M และ N ค่ะ
ส่วนใหญ่คนจะชอบไปลองขึ้นสาย F ค่ะ เพราะเป็นรถโบราณที่อนุรักษ์ไว้และยังเปิดวิ่งอยู่
การจ่ายค่าโดยสารต้องใช้เหรียญเท่านั้น (ถ้าเป็นรถรุ่นใหม่ใช้แบงค์ $1 หรือ $5 ได้ แล้วแต่คัน)
 
เส้นทางการเดินทางของ Muni Metro ก็ตามแผนที่ค่ะ
 
ใครอยากได้รายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องการเดินทางโดย Muni ก็ไปดูได้ตามลิงค์ข้างล่างคร่าา
(ปล. เป็นภาษาอังกฤษนะคะ)
 
6. แหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด (Famous Attrraction in SF)
 
ในที่สุดก็ถึงหัวข้อนี้ซะที หัวใจหลักเลยนะเนี่ยยย 555
จริงๆ เค้ามีการจัดอันดับกันต่างๆนานา 
แต่ในเมื่อเป็นเอนทรี่เราเอง ก็ขอใช้สิทธิ์ตามความชอบส่วนบุคคลเลยล่ะกัน อิอิ
ฉะนั้นที่แรกสุดแน่นอนครื้อออ...
 
  • Golden Gate Bridge  
 
สำหรับบลูนิน นึกถืงซานฟราน ก็ต้องนึกถือสะพานโกลเด้นเกตค่ะ 
มันเป็นของคู่กันจริงๆ ถ้ามาแล้วไม่ได้มาถ่ายรูปกับสะพานนี้ถือว่าพลาดมากกก
จริงๆ ช่วงเวลาที่ถ่ายรูปสะพานนี้ได้สวยที่สุดคือช่วงหน้าร้อนค่ะ
เพราะหน้าหนาว หมอกเยอะ หน้าฝนเมฆครึ้ม
ซึ่งบางครั้งจะทำให้มองไม่เห็นทั้งสะพานค่ะ แถมสีก็ขมุกขมัวไม่สวย
เพื่อนๆบลูนินหลายคนที่เป็นช่างกล้องสมัครเล่น (แต่อุปกรณ์อลังการกันมาก)
เพียรไปถ่ายที่สะพานในหลายช่วงเวลามาก 
แต่บลูนินเอง ไม่เคยไปถูกจังหวะแสงสวยๆ สักที (มัวแต่ห่วงกินกับช้อป 555)
 
(นี่คือภาพที่เพื่อนถ่ายตอนหน้าร้อน สีสะพานสวยมว๊ากกกกก เทียบกับของเราแล้วคนละเรื่อง Tongue out)
  • Peir 39
 
ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีชื่อเสียงคู่กับเมืองซานฟรานซิสโก 
แต่ก่อนPier39 คือท่าจอดเรือค่ะ แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งช้อปปิ้ง และแหล่งบันเทิงที่มีชื่อเสียง
มีร้านค้ามากมายหลายร้อยร้านค้า ร้านของที่ระลึก
ร้านอาหาร อีกทั้งมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำด้วยค่ะ
นักท่องเที่ยวรวมถึงคนท้องถิ่นแห่มาเที่ยวที่นี่กันมากกมายในแต่ละวัน
เดาสิคะ ดาราเอกประจำ Pier 39 คือใคร ให้เวลาเดา 3 นาทีค่ะ
 
ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก...
 
เฉลยคร่าา....นั่นก็คือเหล่าน้อง Sea Lion หรือสิงโตทะเลนั่นเอง
 
 
 
เหล่าน้องหนูสิงโตทะเล มานอนอาบแดดกันเป็นสิบๆทีเดียว
พวกพี่ป้าน้าอาถ่ายรูปกันหนุนหนาน
น้องหนูก็นอนแอ่นพุงไป เป็นดาราหน้ากล้องที่สบายทีเดียว หึหึหึ
ส่วนใหญ่ไปทีไร ก็เจอทุกทีนะคะ ยกเว้นตอนเย็นๆ ก็หลบลงน้ำหมด (อาจเพราะหนาว)
 
 
ที่ Pier นี่ ตอนวันเสาร์อาทิตย์จะมีตลาดผักผลไม้สดด้วยค่ะ
บางหน้าจะได้เห็นสตอเบอรี่ หรือ เชอรี่ลูกโต๊โต..
เห็นแล้วน้ำลายสอกันเลยทีเดียว Wink Wink
แถม ทางร้านก็เหมือนรู้ใจ มีการเตรียมช็อคโกแลตขายเป็นกระปุกๆ
ไว้ดิฟกินได้สดๆ ตรงนั้นกันเลยทีเดียวล่ะ
 
 
นี่จะเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ มีสัตว์น้ำหลายชนิด ที่แปลก และหาดูได้ยากมากมายเลยค่า
เสียค่าเข้าชมคนละ $18 ค่ะ 
 
จริงๆ Pier 39 ก็คือเขตท่าเรือ ที่เชื่อมถึงกันหมดนะคะ 
อยู่ใน Area ของ Fisherman's Wharf เดินถึงกันได้หมด
แต่Pire 39จะดังและเป็นที่รู้จักมากที่สุด
 
ถ้าเราไปช่วงเสาร์อาทิตย์ ตอนเย็นๆ จะได้เห็นการแสดงข้างถนนด้วยค่ะ
Street Performance ซึ่งจะมีตั้งแต่การแสดงดนตรีสด ร้องเพลง
หรือพวกแปลกๆ เช่น การแต่งตัวเลียนแบบตัวละครในหนัง
การวาดภาพด้วยกระป๋องเสปรย์  หรือการควงไฟ อะไรประมาณนั้น
ถือเป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และหลากหลายทีเดียวค่ะ
 
  • Ghirardelli Square
 
ที่นี่ คอช็อคโกแลตห้ามพลาดจริงๆ 
ในอดีตที่นี่เคยเป็นโรงงานผลิตช็อคโกแลต แต่ปัจจุบันกลายมาเป็นศูนย์การค้าแทน
มีทั้งร้านค้าและร้านอาหารมากมาย
และแน่นอน ที่โดดเด่นสุด คือร้านขายช็อคโกแลตยี่ห้อ Ghirardelli  
ภายในตึกมีการแบ่งเป็นสองโซนคือ
โซนร้านค้าขายช็อคโกแลตของฝาก และร้านขายไอศรีม 
 
ถ้าใครอยากมาทานไอศรีมที่นี่ ต้องทำใจนิดนึง
เพราะคนเยอะเกือบตลอด ยิ่งช่วงวันหยุดนี่ โห..หาที่นั่งแทบไม่ได้
รอกันแหง่ก เลยทีเดียว
แต่ขอบอกว่าคุ้มมั่กๆ 
แหมมม...กินไอศรีมหน้าหนาวน่ะ อร่อยที่ซู้ดดดด
 
  
 
หลังจากทั้งกิน ทั้งช